พลิกโอกาสหลุดจากกับดักของวิกฤตินี้ให้ได้
เรากำลังเผชิญหน้ากับภาวะวิกฤต ซึ่งเป็นวิกฤตที่หนักที่สุดในประวัติศาสตร์ที่มวลมนุษยชาติเคยเจอมา และเรากำลังอยู่ในจุดที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม และนวัตกรรม
ส่วนประเทศไทยอยู่ตรงไหน ? หนึ่ง - เราไม่ต้องไปเข้าข้างฝ่ายใดเลย แต่สอง-เราต้องเตรียมผลิตอาหารครั้งใหญ่ เพราะในที่สุดอาหารทั้งโลกจะขาด ไม่ใช่อาหารอย่างเดียว ปุ๋ย กระบวนการผลิต น้ำ ต่อมาจะเกิดการอพยพเคลื่อนถิ่นฐานครั้งใหญ่ของมนุษยชาติเลย ตรงนี้ท่านผู้รู้ มองว่าจะเป็นโอกาสใหญ่ของประเทศไทยและจะสามารถรองรับการเพิ่มของประชากรจากการย้านถิ่นเข้ามาได้หรือเปล่า
ในส่วนพลังงาน เราใช้ 3 อย่าง คือ ไฟฟ้า น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้การทำ Smart Grid ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะที่นำเทคโนโลยีหลากหลายประเภทเข้ามาทำงานร่วมกัน นั่นคือ Vision ของคนที่รู้นอกจากโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมแล้ว
เมื่อพิจารณาในเชิงภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ประเทศไทยหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเป็นจุดศูนย์กลางของความขัดแย้งของประเทศมหาอำนาจ เพราะฉะนั้นแล้ว บนความขัดแย้งเราจะต้องประเมินมากกว่าสภาวะปกติมากๆ เลย ที่สำคัญ อย่าถามคำว่า "จะจบเมื่อไร" เพราะสุดท้ายแล้วมันจะจบที่ใครขึ้นมาเป็นมหาอำนาจใหม่ นั่นล่ะคือจุดจบจริงๆ คาดว่าคงจะหลังปี คศ 2030
การใช้วิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสจะมีในห้วงระยะเวลาไม่นาน อย่างมาก 5-6 ปีเท่านั้น ซึ่งถ้าเราสามารถคว้าโอกาสและการเปลี่ยนแปลง ณ จุดนี้ได้ ทำให้เราสามารถผงาดขึ้น กลายเป็นหนึ่งในมหาอำนาจทางด้านเศรษฐกิจประเทศหนึ่งได้เลย โดยไม่แพ้ประเทศสิงคโปร์เสียด้วยซ้ำ
จบท้ายว่า แต่ถ้าเราไม่สามารถแปลงวิกฤตเป็นโอกาส หรือคว้าโอกาสทองในช่วง 5-6 ปีนี้ได้ เราจะไม่สามารถหลุดจากกับดักหนี้ที่เราติดอยู่ในปัจจุบันนี้ได้เลย



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น